ภูเก็ต… ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือ “Safe Haven” ของนักลงทุน
เมื่อพูดถึง “ภูเก็ต” ภาพจำเดิมๆ อาจคือชายหาดสวยงามและนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่าน แต่ในมุมมองของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก (Global Investor) วันนี้ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนสถานะไปอย่างสิ้นเชิง
หลังผ่านพ้นวิกฤตระดับโลกมาได้ ภูเก็ตได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นตลาดที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก (Resilient Market) ไม่ใช่แค่การกลับมาของการท่องเที่ยว แต่เป็นการยกระดับสู่การเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของประชากรโลก การลงทุนซื้ออสังหาฯ ที่ภูเก็ตในชั่วโมงนี้ จึงไม่ใช่แค่การซื้อที่พักตากอากาศ แต่คือการถือครองสินทรัพย์ในทำเลที่กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์ “ความคุ้มค่า” แบบเจาะลึก ที่ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือศักยภาพการเติบโตในอนาคต

1. แรงขับเคลื่อนใหม่: การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการอยู่อาศัยระยะยาว
ความคุ้มค่าแรกที่ทำให้อสังหาฯ ภูเก็ตน่าสนใจกว่าที่เคย คือการเปลี่ยนโครงสร้างนักท่องเที่ยว จากเดิมที่เน้นปริมาณ (Mass Tourism) ปัจจุบันภูเก็ตดึงดูดกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Quality Tourism) และกลุ่ม Digital Nomads หรือผู้ที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานและใช้ชีวิตระยะยาว (Long-stay Residents)
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อ “เสถียรภาพของรายได้ค่าเช่า” อสังหาฯ ไม่ต้องพึ่งพาแค่ช่วง High Season สั้นๆ อีกต่อไป แต่มีความต้องการเช่าตลอดทั้งปีจากกลุ่ม Expat และครอบครัวชาวต่างชาติที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติในภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและคุณภาพสูง
-
Key Insight: ตลาดเช่าระยะยาว (6 เดือน – 1 ปี) เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของฤดูกาลท่องเที่ยว
2. โครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์: ตัวเร่งมูลค่าที่ดิน
กฎเหล็กของการลงทุนอสังหาฯ คือ “จงซื้อในที่ที่รัฐบาลกำลังลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน” และภูเก็ตกำลังอยู่ในจุดนั้น
ความคุ้มค่าในระยะยาวของการซื้ออสังหาฯ ภูเก็ตวันนี้ คือการดักรอการเติบโตจากเมกะโปรเจกต์ที่จะเปลี่ยนโฉมการเดินทางในอีก 3-5 ปีข้างหน้า:
-
สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 (พังงา): รองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล และเปิดหน้าดินทำเลใหม่ๆ ทางตอนเหนือของเกาะ เชื่อมต่อมายังโซนไม้ขาว-เชิงทะเล
-
ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง และโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram): แก้ปัญหาการจราจร ซึ่งเป็น Pain Point หลักของภูเก็ต เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น มูลค่าอสังหาฯ ในโซนที่เข้าถึงยากก่อนหน้านี้จะพุ่งสูงขึ้นทันที
การลงทุนก่อนโครงการเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์ คือการซื้อความคุ้มค่าในราคาปัจจุบัน เพื่อรอรับ Capital Gain ในอนาคต

3. ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่จับต้องได้: Rental Yield ชนะเมืองหลวง
เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ในเอเชีย ภูเก็ตยังคงให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ที่น่าดึงดูดกว่ามาก
-
คอนโดมิเนียม: โดยเฉลี่ยอาจอยู่ที่ 5-7% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับทำเลและการบริหารจัดการ) แต่ในบางโครงการที่เป็น Branded Residence หรือตั้งอยู่ใน Prime Area อย่างหาดบางเทา หรือลายัน อาจทำได้ถึง 8-10% ในช่วงที่การท่องเที่ยวพีคสุดขีด
-
พูลวิลล่า (Pool Villa): เป็นตลาดที่เติบโตแรงที่สุดหลังโควิด ความต้องการวิลล่าส่วนตัวสูงมาก ทั้งแบบปล่อยเช่ารายวัน (Holiday Home) และปล่อยเช่าระยะยาว ให้นักธุรกิจ Yield สามารถแตะระดับ 7-12% ได้ หากมีการบริหารจัดการที่ดี
ความคุ้มค่าที่นี่ไม่ได้มาจากแค่ตัวเลข แต่มาจาก “ดีมานด์ที่เป็นสากล” (International Demand) ทำให้คุณไม่ได้แข่งขันแค่กับนักลงทุนไทย แต่กำลังถือครองสินทรัพย์ที่คนทั่วโลกต้องการ

4. Lifestyle Value: ความคุ้มค่าทางจิตใจที่ประเมินค่าไม่ได้
นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน การลงทุนในภูเก็ตยังให้ “Lifestyle Return” ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง
สำหรับผู้ที่ซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ หรือวางแผนเกษียณ ความคุ้มค่าคือการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมระดับโลก:
-
สุขภาพ: มีโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพชั้นนำที่ได้มาตรฐาน JCI
-
การศึกษา: โรงเรียนนานาชาติชั้นนำหลายแห่ง (เช่น BISP, HeadStart) ดึงดูดครอบครัวชาวต่างชาติ
-
กิจกรรม: สนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิป ท่าจอดเรือยอทช์ (Marina) และร้านอาหารระดับมิชลิน
สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ทำให้ภูเก็ตไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็น “Urban Beach Lifestyle Destination” ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้แหละที่ช่วยค้ำยันราคาอสังหาฯ ไม่ให้ตกลงง่ายๆ
5. เจาะลึก 3 โซนศักยภาพ: เลือกทำเลให้ตรงจริตการลงทุน
ภูเก็ตไม่ได้เหมือนกันทั้งเกาะ แต่ละโซนมี “คาแรคเตอร์” และ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกทำเลที่ใช่ คือกุญแจดอกแรกของความคุ้มค่า
-
โซนลักชูรี่ (Bang Tao, Laguna, Layan):
-
ฉายา: “Gold Coast of Phuket” หรือย่านคนรวย
-
จุดเด่น: เป็นศูนย์รวมของวิลล่าระดับ Ultra-Luxury และโรงแรม 5 ดาว แวดล้อมด้วยคอมมูนิตี้มอลล์ (Boat Avenue, Porto de Phuket) และสนามกอล์ฟ
-
ความคุ้มค่า: ราคาสูงที่สุดแต่ “เสถียร” ที่สุด เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้น (Capital Preservation) และต้องการผู้เช่าเกรด A+
-
-
โซนไลฟ์สไตล์ & Expat (Rawai, Nai Harn):
-
จุดเด่น: เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่อยู่ยาว (Long-stay) เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล บรรยากาศผ่อนคลาย ร้านอาหารนานาชาติเยอะ และใกล้โรงเรียนนานาชาติโซนใต้
-
ความคุ้มค่า: ราคาเข้าถึงง่ายกว่าโซนบางเทา แต่มี Occupancy Rate (อัตราการเข้าพัก) ที่หนาแน่นตลอดปี โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomads
-
-
โซนแห่งอนาคต (Mai Khao, Na Tai):
-
จุดเด่น: อยู่ใกล้สนามบินและประตูสู่พังงา เงียบสงบ เป็นธรรมชาติสูง
-
ความคุ้มค่า: เป็นทำเล Blue Ocean ที่ราคาที่ดินยังขยับขึ้นได้อีกมาก รับอานิสงส์จากแผนขยายสนามบินและโครงการ Wellness Center ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาว (Long-term Holding)
-

6. Branded Residences vs. Standalone: กลยุทธ์ไหนคุ้มค่ากว่า?
ในภูเก็ตมีรูปแบบอสังหาฯ ให้เลือกหลากหลาย แต่ถ้าวัดความคุ้มค่ากันจริงๆ ต้องดูที่ “จริต” ของผู้ลงทุน
-
Branded Residences (บริหารโดยเชนโรงแรม):
-
เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่ต้องการ Passive Income 100% ไม่ต้องการปวดหัวเรื่องหาผู้เช่า หรือซ่อมแซมบ้าน
-
ความคุ้มค่า: แม้จะมีการแบ่งกำไร (Revenue Share) ให้ผู้บริหาร แต่แลกมาด้วยการดูแลรักษาสภาพห้องให้เหมือนใหม่ตลอดเวลา (ซึ่งสำคัญมากต่อราคาขายต่อ) และมีฐานลูกค้าจากแบรนด์โรงแรมช่วยการันตีรายได้
-
-
Standalone Villa / Condo (บริหารเองหรือจ้างเอเจนต์):
-
เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่มีเวลา หรือมีทีมงานบริหารจัดการ
-
ความคุ้มค่า: รับรายได้ค่าเช่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย (Yield สูงกว่า) และยืดหยุ่นในการใช้งานเองมากกว่า แต่ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพย์สิน (Maintenance) ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศทะเลกัดกร่อนวัสดุได้เร็ว
-
7. The Wellness Economy: คลื่นลูกใหม่ที่ดันราคาอสังหาฯ
ความคุ้มค่ามิติใหม่ที่กำลังมาแรงคือเทรนด์ “Wellness Living” ภูเก็ตกำลังก้าวสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชีย โครงการอสังหาฯ ยุคใหม่ในภูเก็ตจึงเริ่มผนวกบริการด้านสุขภาพเข้าไปด้วย เช่น มีคลินิกชะลอวัยในโครงการ, ระบบฟอกอากาศระดับโรงพยาบาล หรือบริการดูแลผู้สูงวัย
-
Pro Tip: การลงทุนในโครงการที่เน้น Wellness หรืออยู่ใกล้ศูนย์การแพทย์ชั้นนำ จะเป็น “Niche Market” ที่มีกำลังซื้อสูงมาก และคู่แข่งยังน้อย ถือเป็นการลงทุนดักทางอนาคตที่ชาญฉลาด

ความคุ้มค่าของการลงทุนอสังหาฯ ภูเก็ตในวันนี้ ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นการมองเห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงเมือง จากเกาะท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัยระดับนานาชาติ
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนา ดีมานด์คุณภาพที่เพิ่มขึ้น และซัพพลายที่ดินติดทะเลที่มีจำกัด ราคาอสังหาฯ ในทำเลทองของภูเก็ตมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หากคุณกำลังมองหาสินทรัพย์ที่ให้ทั้งกระแสเงินสด (Passive Income) ที่สม่ำเสมอ และส่วนต่างกำไร (Capital Gain) ในอนาคต ภูเก็ตคือตัวเลือกที่ “คุ้มค่า” ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้
Join The Discussion